อาทิตย์ที่ผ่านมาดูหนัง Sci-fi 2 เรื่อง ใหม่เรื่องนึงเก่าเรื่องนึงคือ Johnny Mnemonic, Iron Man
Johnny Mnemonic เปิดเรื่องมาในปี 2021ที่ถูกครอบงำด้วยโรค NAS

  • หน้าจอ CRT พร้อม Remote แบบ Remote TV ใช้กดรหัส
  • มี Video conference เต็มรูปแบบ
  • ใช้มนุษย์เป็นที่เก็บข้อมูล(ในหนังไม่ได้บอกไว้ว่าเก็บลงอะไร แต่น่าจะเป็น disk หรืออะไรซักอย่างฝังไว้ที่สมอง สามารถเพิ่มได้โดยการใส่อะไรบางอย่างเข้าไปเพิ่ม) แต่มาตกม้าตายตอนใช้ key เป็นรูปภาพ (ไม่ได้บอกว่าเข้ารหัสแบบไหน แต่ให้เลือกภาพให้ให้ receiver match ให้ตรงกัน) พระเอกสามารถเก็บข้อมูลได้สูงสุด 160 GB
  • ในเรื่องพระเอกคัดลอกข้อมูลจาก mini disk ขนาด 320 GB
  • ก๊อกน้ำให้ sensor ตรวจจับการเคลื่อนไหว
  • อาวุธเจ๋งๆ เช่น แส้เรืองแสง(เดาว่าน่าจะประเภทใช้ไฟฟ้าสร้างความร้อน)
  • Identify โดย scan เส้นเลือด + โครงสร้างกระดูก (กับ passport card กันนึง) ตัวระบบเป็น AI Inw (เทพ?) scan เสร็จแถมวินิฉัยโรคให้เสร็จ
  • Network เป็น UI แบบ 3D ที่(อาจจะ)เทห์มากๆ(ในสมัยนั้น) “ท่อง” โดยใช้ถุงมือ เห็นแล้วนึกถึงตา Johnny Chung Lee
  • มีการปลูกถ่้่ายสมองเข้าไปอยู่ใน Network
  • ออสุดท้าย มีโลมาฉลาดด้วย -_-”

Iron Man หนัง Action ที่พระเอกเป็น genius เรื่องเครื่องยนต์กลไก รวมถึงอาวุธ

  • เปิดมาเลย เอากระจกมาเป็น monitor อันนี้เคยเห็นบ้างแล้วแต่ที่เคยเห็นมาเป็นกระจกเงา
  • ระบบ AI ที่ต่อปากต่อคำได้ อันนี้เจ๋งสุดๆ
  • เตาปฏิกร Ark ที่(ในเรื่อง)ว่ากันว่าได้พลังงานมหาศาล รวมทั้งความสามารถประกอบใหม่(แบบย่อส่วน)ของพระเอกที่ทำได้ในห้องขัง
  • Keyboard เจ๋งๆ
  • 3D Hologram ที่แสดงอย่างเดียวไม่พอ ยัง(เสมือนว่า)จับต้องได้อีก

แถมท้ายที่ The mist ที่จบหักมุมแบบบัดซบ ที่แรกๆ จะปูว่า กุไม่เชื่อศาสนากุรอด กุไม่กลัวกุรอด กุมีความหวังกุรอด กุดิ้นรนกุรอด กุมีเหตุผลกุรอด แต่ตอนจบ กุ(อยากจะ)ไม่รอด

อีกนิด ดู The mist แล้วนึกถึงเกม Half-life ขึ้นมาทันที หรือว่าจะเป็นเนื่อเรื่องก่อนภาคแรกของ Half-life !!!!!!!